[Update] การนำเสนอทิศทาง การส่งเสริมการท่องเที่ยว ของ ททท. ปี 2563 | แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยในอนาคต – Sonduongpaper

แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยในอนาคต: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

โดย ดร. ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Even in the coming year of 2020, the tourism industry has still been trusted and assigned to be the major and significant force to impel Thailand’s economy. TAT, therefore, has determined the economic targets to increase the total income from the tourism industry by 10 percent, which is equivalent to 3.718 trillion Baht. The marketing plan for 2020 features the main strategy that is designated from the opportunities and strengths of Thailand, which is reflected from both domestic and international tourists. According to TAT’s vision to promote Thailand to continuously be a ‘Preferred Destination‘, quality tourism marketing then also comes into focus.

นับตั้งแต่วันที่มีการก่อตั้งองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเมื่อปี 2503 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยเพียง 80,000 กว่าคนในตอนนั้นคงไม่มีใครคาดคิดว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะกลายมาเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจของประเทศให้รอดพ้นวิกฤติในหลายวาระ

ข้อมูลในปี 2560 ระบุว่าสัดส่วนรายได้จากการจับจ่ายของนักท่องเที่ยว ชาวไทยและชาวต่างประเทศมีมูลค่าคิดเป็นร้อยละ 18.25 ของ GDP ประเทศไทย โดยคาดว่าจะเพิ่มความสำคัญมากขึ้นเป็นลำดับ และหาก พิจารณาตำแหน่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในระดับโลก ข้อมูล ล่าสุดของ UNWTO ระบุว่า ในปี 2560 ประเทศไทยติดอันดับ 4 ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศมากที่สุดในโลก

ในปี 2563 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็น ฟันเฟืองหลักที่สำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ททท. ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการตลาด จึงได้กำหนดเป้าหมายเชิงเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวรวมให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปี 2562 ซึ่งจะทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 2.431 ล้านล้าน บาท ในปี 2563 ในขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.287 ล้านล้านบาท ทำให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 3.38 ล้านล้านบาท เป็น 3.718 ล้านล้านบาท

ดังนั้น ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะแสวงหา แนวทางเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส โดยนำโอกาสและจุดแข็งของประเทศ ที่สะท้อนจากตัวนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมากำหนด เป็นแนวทางหลัก ตลอดจนการตลาดท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ตามวิสัยทัศน์ ททท. ที่ต้องการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม (Preferred Destination) อย่างยั่งยืนต่อไป ด้วย 3 กลยุทธ์หลักนั่นคือ

  1. สร้างความเชื่อมั่นในคุณค่าของแบรนด์ประเทศไทย โดยผลักดัน การส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ

    Responsible Tourism

    อย่างเป็นรูปธรรมในทุกมิติของการดำเนินงานและการสื่อสาร

  2. นำเสนอสินค้าและบริการที่สามารถชูเอกลักษณ์ของประเทศไทยแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดจนสินค้าที่กระตุ้นและเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว
  3. ขยายตลาดกลุ่มลูกค้าคุณภาพปรับสมดุลตลาดกลุ่มเป้าหมายดึงกลุ่มคนไทยที่นิยมท่องเที่ยวในต่างประเทศให้หันมาท่องเที่ยวในประเทศ

นอกจากนี้ ททท. จะให้ความสำคัญกับการปรับสมดุลตลาดกลุ่มเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นตลาดต่างประเทศระยะใกล้การขยายตลาดในภาคต่างๆนอกเหนือจากกรุงเทพฯเพื่อลดการแย่งลูกค้าการท่องเที่ยวข้ามภาคและภายในภูมิภาคและพยายามทำให้คนไทยที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศหันมาให้ความสนใจกับประสบการณ์และคุณค่าจากการท่องเที่ยวในเมืองไทยมากขึ้น

Nội Dung Bài Viết

ต่อยอดความเข้มแข็ง

วิถีไทย

ผ่านประสบการณ์จริง

เพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ผ่านการใช้นวัตกรรมกระบวนการผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมผนวกกับการเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่นเนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศมีแนวโน้มสนใจทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีถิ่นเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน

‘Tourism Journey’

ในปี 2563 เป็นปีแรกที่ ททท. จะส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยว โดยการนำเสนอเรื่องประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว หรือ ‘Tourism Journey’ โดยแบ่งเป็น 3 ช่วงหลักๆ ได้แก่ ก่อนการเดินทาง (Before The Trip) ระหว่างการเดินทาง (During The Trip) และภายหลังการเดินทาง (After The Trip)

ก่อนการเดินทาง

(Before the Trip)

  • การรักษาความเชื่อมั่นในคุณค่าแบรนด์ประเทศไทยนับเป็นบทบาทหลักของ ททท

    .

    ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวสนใจและเห็นคุณค่า ในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากกว่าปัจจัยด้านราคา โดยมุ่งเน้นการสื่อสารแนวคิดปลุกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม การใส่ใจ สมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ให้สอดคล้องกับ การส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ

    Responsible Tourism

  • เน้นการแก้ปัญหา

    Overtourism

    โดยคำนึงถึงศักยภาพของ แหล่งท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ปรับปรุงช่วงเวลาในการสื่อสารให้เข้าถึง ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยนำส่งเนื้อหาเกี่ยวกับประสบการณ์ด้าน การท่องเที่ยว เพิ่มบทบาทของอนุสาร อสท

    .

    ให้เป็นกลไกในการปลุก จิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้เครื่องมือ

    Social Listening

    ร่วมกับพันธมิตรเพื่อรับมือกับปริมาณข่าวสารจำนวนมากที่อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย

ระหว่างการเดินทาง

(During the Trip)

  • มุ่งแก้ปัญหาการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยว ททท

    .

    จึงวางแผนออกแบบสินค้าทางการท่องเที่ยวโดยคำนึงถึง

    ความรู้สึก

    ที่นักท่องเที่ยวจะได้รับนอกเหนือจากประสบการณ์จากการเดินทาง ส่งเสริมการเดินทางแบบเชื่อมโยงเมืองหลักและเมืองรองทั้ง

    5

    ภูมิภาคทั่วประเทศและรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อมและสังคมในคราวเดียวกัน ในขณะที่ตลาดต่างประเทศจะเน้นเรื่องของความหลากหลาย

     

    โดยปรับปรุงเนื้อหาและจังหวะการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ลงตัว เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ในขณะเดียวกันก็จะส่งเสริมแนวคิดของตลาดในประเทศอย่างต่อเนื่อง

  • ใช้ข้อมูลจากงานวิจัย ในการออกแบบสินค้า

    /

    บริการด้านการท่องเที่ยว ที่ตอบโจทย์ลูกค้า เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายต่อทริป โดยรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจะสร้างชีวิตที่ดีให้กับชุมชน

    /

    ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

  • การบูรณาการกับพันธมิตร พร้อมที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมโดยมีความจำเป็นต้องผลักดันให้เกิดขึ้น

    2

    ประการด้วยกัน ได้แก่ ประการแรก สร้างเกณฑ์มาตรฐานของธุรกิจ ด้านการขนส่งและที่พัก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและเพื่อลดผลกระทบทางลบที่อาจเกิดขึ้น ประการที่สอง คือ การพัฒนาและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการวางแผนเชิงรุก โดยเฉพาะการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าตลอดการเดินทาง ตลอดจนการทำงานร่วมกับพันธมิตรผลักดันการคมนาคมขนส่งเชื่อมโยง ใช้การท่องเที่ยวเพิ่มอุปสงค์ของการใช้พาหนะที่เป็นการคมนาคมหลักของภาค และส่งต่อในรูปแบบขนส่งท้องถิ่น

หลังการเดินทาง

(After the Trip)

  • ติดตามฟีดแบ็กจากนักท่องเที่ยวผ่านเครื่องมือออนไลน์ เพื่อประเมิน

    Return on Experience (ROX)

    หรือประสบการณ์

    /

    ความประทับใจ ที่ได้รับจากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยจะริเริ่มให้มีระบบรับฟังเสียงของลูกค้าโดยตรง

    (TAT Echo)

    และระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า

    (CRM)

    อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวทางการส่งเสริมการตลาด ททท

.

ปี

2563

ตลาดต่างประเทศ

เจาะกลุ่มคุณภาพ

‘5 Go’

เน้นการเจาะกลุ่มคุณภาพราย Segment ต่อยอดจากปีที่ผ่านมา 5 แนวทางได้แก่

  • Go High

    เจาะกลุ่มตลาดบนที่มีความสนใจในคุณค่ามากกว่าราคา

  • Go New Customer

    ขยายตลาดกลุ่ม

    First Visit

    ลูกค้ากลุ่มใหม่ในพื้นที่เดิมและลูกค้าในพื้นที่ใหม่

  • Go Local

    การท่องเที่ยววิถีถิ่นเพื่อกระจายการเดินทางสู่ชุมชนทั้งเมืองหลักและเมืองรอง

  • Go Low Season

    ทำการตลาดที่สอดคล้องกับพื้นฐานของประเทศ ชูความประเทศไทยในฐานะประเทศแห่งการเกษตรกรรม สายน้ำสายฝนที่มีความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับสินค้าหลัก คือ

    Gastronomy

    ได้อย่างลงตัว

  • Go Digital

    ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือหลักในการเข้าถึงลูกค้าทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง

ตลาดในประเทศ

ตอบโจทย์ทุกเจนฯ

เน้น

Lifestyle

มุ่งแบ่งกลุ่มลูกค้าในหลากหลายมิติเพื่อสะท้อนรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย โดยกำหนดเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก/ย่อยเพื่อขยายฐานตลาดใหม่ๆและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาบางตลาดมากเกินไป

นอกจากนี้จะเน้นเจาะกลุ่มคนไทยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูงให้หันมาสนใจหาประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยกันมากขึ้นซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดในประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

‘Amazing

ไทยเท่

’ เมืองไทยสวยทุกที่เท่ทุกสไตล์

ต่อยอดการนำเสนอการท่องเที่ยวแบบเท่ๆ ไม่จำกัดรูปแบบ ผสมผสาน กิจกรรมที่ชอบเข้าไปด้วย เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่ได้แบ่งกลุ่มแค่ตาม เพศ อายุ วัยเท่านั้น แต่กลับมี ‘Lifestyle’ ความชอบในการออกเดินทาง ที่แตกต่างกัน ททท. จะกระตุ้นให้คนไทยมีความสนุกความสุขและความภูมิใจในออกแบบการท่องเที่ยวของตัวเองและแบ่งปันวิธีเที่ยวของตนให้กับคนอื่นๆให้เกิดแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวในแบบของตนเองเพราะ ‘เมืองไทยสวยทุกที่ เท่ทุกสไตล์’

Amazing Thailand, Open to the New Shades

ในปี 2563 นี้ ยังคงจะใช้แคมเปญ Amazing Thailand, Open to the New Shades เช่นเดิม แต่เนื้อหาการโฆษณาประชาสัมพันธ์จะมุ่งเน้น การนำเสนอประสบการณ์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจและคาดไม่ถึง จัดทำชุดโฆษณาจำแนกตามกลุ่มเป้าหมาย ให้ความสำคัญกับ ‘ความรู้สึก’ ที่นักท่องเที่ยวมีต่อประเทศไทย

วางแผนโปรเจกต์ใหญ่ ททท

.

ครบรอบ

60

ปี

  • ‘Thailand Week’

    โดยสำนักงาน ททท

    .

    ทั้ง

    29

    แห่งทั่วโลก เพื่อสร้าง

    Impact

    และกระตุ้นความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ผ่านการดำเนินงานอย่างไม่จำกัดรูปแบบ เพื่อให้ทุก

    Touch point

    มีแต่เรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับประเทศไทยตลอดทั้งสัปดาห์ โดยหวังว่าการผนึกกำลังลักษณะนี้จะทำให้ประเทศไทยโดดเด่นเป็นที่จับตามองมากขึ้นกว่าปกติ ใช้สื่อทางการตลาดทุกชนิดและทุกระดับพร้อมๆ กัน เพื่อให้เกิด

    Impact

    ที่แรงขึ้น ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Thai Restaurant Week, Window Display

    ในเมืองต่างๆ

    ร่วมกับ

    สายการบิน จัด

    Offer of the Week

    เพื่อจองตั๋วเครื่องบินที่นั่งพิเศษและทำการตลาดร่วมกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำเมืองสำคัญของโลก เป็นต้น

  • ‘โครงการ

    60

    เส้นทางความสุข

    @

    เมืองไทย เดอะ ซีรีส์

    กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวทั้งปีภายใต้แรงบันดาลใจของ

    3

    ฤดูกาล ที่แตกต่างกัน โดยเส้นทางที่สร้างสรรค์จะใช้ระบบการขนส่งของภาค และพาหนะท้องถิ่นเป็นเครื่องมือส่งต่อการท่องเที่ยวใน

    60

    เส้นทางความสุขทั่วประเทศเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวหลักและรอง

 

จากอดีตถึงปัจจุบัน สู่อนาคตอย่างมั่นใจ

 

‘รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ’ ที่บ่งบอกความสุขของนักท่องเที่ยว

คือจุดหมายการทำงานของทุกคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

เป็นบันไดขั้นแรกของความสำเร็จที่แท้จริงเพื่อให้นักท่องเที่ยว

มีความเชื่อมั่นในการมาเที่ยวเมืองไทยให้เก็บความสุขความประทับใจ

กลับบ้านไปด้วยความรู้สึกดีๆอย่างเต็มหัวใจ

 

สุดท้ายนี้ ททท. อยากเชิญชวนให้ทุกท่านในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มีความมั่นใจ มุ่งมั่นที่จะร่วมกันทำให้ Return of Investment เกิดเป็น Return of Experience (ROX) มาช่วยกันทำให้ลูกค้าของเราเดินทาง

กลับบ้านอย่างมีความสุข ซึ่งเป็นความสุขที่หาจากที่อื่นไม่ได้ จนอยากกลับ มาอีกทุกครั้งที่มีโอกาส และยินดีที่จะบอกเล่าความประทับใจดีๆ แทน พวกเรา ความมุ่งมั่นตั้งใจจะทำให้เราก้าวข้ามความท้าทายและวิกฤติต่างๆ ที่เผชิญอยู่ไปได้ และทำให้ปี 2563 เป็นอีกปีหนึ่งแห่งความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคน

[NEW] แนวโน้ม​อุตสาหกรรมเรือสำราญทั่วโลก อนาคตสดใส! | แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยในอนาคต – Sonduongpaper

สถานการณ์ของอุตสาหกรรมเรือสำราญทั่วโลก สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้

1. อุตสาหกรรมเรือสำราญในทุกภูมิภาคเติบโต

2. เรือสำราญ

ขนาด

ใหญ่ขึ้น และค่าตั๋วราคาลดลง

ทำให้ขนาดของเรือมีการพัฒนาให้ใหญ่มากขึ้น จาก 100-200 คน เป็น 1,000-2,000 คน จนปัจจุบันมีเรือขนาด 3,000-4,000 คน จำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลกขณะนี้อยู่ภายใต้บริษัท Royal Caribbean International ชื่อเรือ Oasis of the Seas และ Allure of the Seas ซึ่งเป็นเรือพี่เรือน้องมีขนาด 225,282 ตันกรอสส์ รองรับผู้โดยสารได้ทั้งสิ้น 5,400 คนและลูกเรืออีก 2,000 คน และมีแนวโน้มว่าขนาดของเรือจะใหญ่มากขึ้นในอนาคต 

3. กลุ่มลูกค้าเรือสำราญมีความหลากหลายมากขึ้น

สายการเดินเรือมองว่ากลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักมีขนาดเล็กเกินไปในการขยายฐานธุรกิจ โดยมุ่งทำการตลาดไปยังกลุ่มใหม่คือกลุ่มคนวัยทำงาน กลุ่มครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ ดังนั้น สายการเดินเรือต่างๆ จึงกำหนดกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น เช่น การสร้างเรือขนาดใหญ่มากขึ้น

การพัฒนากิจกรรมและสาธารณูปโภคพื้นฐานบนเรือ การกำหนดเส้นทางการเดินเรือที่หลากหลาย จำนวนวันในการล่องเรือสั้นลง ราคาสำหรับการล่องเรือให้สอดคล้องและเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า สำหรับตลาดเรือสำราญในเอเชีย สายการเดินเรือได้พยายามเจาะตลาดกลุ่มใหม่ ได้แก่ กลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มวัยทำงานและครอบครัวชาวจีนและอินเดียเป็นกลุ่มหลัก เพราะมีจำนวนประชากรเยอะ และมีศักยภาพในการล่องเรือ

โดยพฤติกรรมการเดินทางของกลุ่มนี้จะเน้นการเดินทางกับครอบครัวเป็นหมู่คณะ ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มยุโรปหรืออเมริกา นักท่องเที่ยวเอเชียนิยมล่องเรือในระยะเวลาสั้นระหว่าง 3-7 วัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ให้ความสำคัญกับท่าเรือแวะพักที่น่าสนใจ 

ขนาดของเรือสำราญเป็นประเด็นที่น่าสนใจและส่งผลต่อการจัดการท่าเรือมากที่สุด ในอดีตเรือสำราญที่ให้บริการเป็นเรือขนาดเล็กบรรจุผู้โดยสารประมาณ 100-200 คน โดยเน้นการตกแต่งที่หรูหรา ความสะดวกสบาย การบริการ จำนวนคนไม่เยอะ กำหนดราคาสูง ต่อมาเมื่อเรือสำราญเป็นที่รู้จักมากขึ้น สายการเดินเรือเริ่มขยายฐานลูกค้าเป้าหมายจากกลุ่มผู้สูงอายุไปยังกลุ่มที่หลากหลายดังที่กล่าวมาข้างต้น ขนาดของเรือสำราญเริ่มเปลี่ยนแปลงให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารได้มากขึ้น และมีราคาลดลงเพื่อสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายใหม่ทำให้ขนาดของเรือมีการพัฒนาให้ใหญ่มากขึ้น จาก 100-200 คน เป็น 1,000-2,000 คน จนปัจจุบันมีเรือขนาด 3,000-4,000 คน จำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลกขณะนี้อยู่ภายใต้บริษัท Royal Caribbean International ชื่อเรือ Oasis of the Seas และ Allure of the Seas ซึ่งเป็นเรือพี่เรือน้องมีขนาด 225,282 ตันกรอสส์ รองรับผู้โดยสารได้ทั้งสิ้น 5,400 คนและลูกเรืออีก 2,000 คน และมีแนวโน้มว่าขนาดของเรือจะใหญ่มากขึ้นในอนาคตสายการเดินเรือมองว่ากลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักมีขนาดเล็กเกินไปในการขยายฐานธุรกิจ โดยมุ่งทำการตลาดไปยังกลุ่มใหม่คือกลุ่มคนวัยทำงาน กลุ่มครอบครัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ ดังนั้น สายการเดินเรือต่างๆ จึงกำหนดกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น เช่น การสร้างเรือขนาดใหญ่มากขึ้นการพัฒนากิจกรรมและสาธารณูปโภคพื้นฐานบนเรือ การกำหนดเส้นทางการเดินเรือที่หลากหลาย จำนวนวันในการล่องเรือสั้นลง ราคาสำหรับการล่องเรือให้สอดคล้องและเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า สำหรับตลาดเรือสำราญในเอเชีย สายการเดินเรือได้พยายามเจาะตลาดกลุ่มใหม่ ได้แก่ กลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มวัยทำงานและครอบครัวชาวจีนและอินเดียเป็นกลุ่มหลัก เพราะมีจำนวนประชากรเยอะ และมีศักยภาพในการล่องเรือโดยพฤติกรรมการเดินทางของกลุ่มนี้จะเน้นการเดินทางกับครอบครัวเป็นหมู่คณะ ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มยุโรปหรืออเมริกา นักท่องเที่ยวเอเชียนิยมล่องเรือในระยะเวลาสั้นระหว่าง 3-7 วัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ให้ความสำคัญกับท่าเรือแวะพักที่น่าสนใจ


7 สถานที่น่าไปเยี่ยมชมที่เวียตนาม


เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราที่มีความน่าสนใจทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงาม 1ในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลก แม้จะเคยบอบช้ำหนักมาจากสงครามแต่ก็เป็นอดีต ปัจจุบันเวียตนามส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อหวังสร้างรายได้ให้ประเทศและมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายทั้งชมธรรมชาติ, เที่ยวเมืองหนาว, สัมผัสชีวิตในเมืองที่ผสมผสานหลากหลายอารยธรรม, หรือหาดทรายและทะเลที่สวยงาม ซึ่งเราได้รวบรวมสถานที่ที่น่าสนใจมาให้ได้รับชมกันกับ 7สถานที่น่าไปเยี่ยมชมที่เวียตนาม
สารบัญ
00:00 7 สถานที่น่าไปเยี่ยมชมที่เวียตนาม
00:47 1 Hanoi
01:50 2 Ha long bay
02:58 3 Phong NhaKe Bang National Park
04:27 4 Ba Na Hills
06:09 5 Cu Chi tunnel
07:06 6 Phu Quoc island
08:20 7 Sapa
เวียดนาม ประวัติศาสตร์ สถานที่ท่องเที่ยว ธรรมชาติ เมืองหนาว Hanoi ฮานอย มรดกโลก บานาฮิลล์ อุโมงค์กู๋จี เกาะฟูก๊วก Sapa ซาปา นาแบบขั้นบันได
✪ กดติดตามช่อง
https://goo.gl/ogRJJL
✪ สมัครสมาชิก Members Fan Club Abdul
https://www.youtube.com/channel/UCgbFlQTcX5a37uUMv2EZl7A/join
✪ ติดต่อโฆษณา หรือ Sponsor ช่อง ได้ทาง
https://www.facebook.com/abdulthaitube
✪ จ้างอับดุลย์พากษ์เสียงได้นะครับ
https://www.facebook.com/abdulthaitube/posts/1769821226457306

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

7 สถานที่น่าไปเยี่ยมชมที่เวียตนาม

อาชีพที่น่าจะปังในอีก 10 ปีข้างหน้า อนาคต รวยไม่รู้เรื่อง


ติดตามข่าวสารฟรี 👍 https://www.youtube.com/channel/UCmKTc00WPDeeTeILY15eb0Q?sub_confirmation=1 อาชีพที่น่าจะปังในอีก 10 ปีข้างหน้า
วันนี้ซอคเกอร์ซัค จะพาทุกคนมาดูยานมอาชีพที่จะฟังในอีก 10 ปีข้างหน้า จากข้อมูลที่ถูกสำรวจผ่านแบบสำรวจออนไลน์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ค อาชีพเหล่านี้คนในสังคมอีก 10 ปีข้างหน้า คิดว่าจะมาแรงมาติดตามกันเลย
อันดับ 1 นักการตลาดออนไลน์ ทุกวันนี้ผู้คนเช็คข้อมูลข่าวสารและสิ่งที่เราเช็คหรือข้อมูลทั้งหมดจะถูกนักการตลาดออนไลน์จับไปออกแบบผลิตภัณฑ์โฆษณาแบบเนียน ๆ ไปกับข้อมูลที่เราค้นหา
อันดับ 2 นักเขียนแอพพลิเคชั่นบนมือถือสมาร์ทโฟน เนื่องจากผู้คนในยุคที่ต้องค้นหาข้อมูลข่าวสาร และสืบค้นข้อมูลที่ดูง่าย หรือแม้แต่แอปพลิเคชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ
อันดับที่ 3 เป็นเจ้าของกิจการ เป็นอาชีพในฝันของใครหลาย ๆ คน ที่มีความฝันอยากจะประสบความสำเร็จในอาชีพ คนรุ่นใหม่ต่างพากันตบเท้าเข้ามาลองเชิญการทำธุรกิจแบบเจ้าของกิจการกันมากขึ้น
อันดับที่ 4 นักบริหารความสัมพันธ์ อาชีพนี้ฟังดูอาจจะแปลงไปเสียหน่อย ในยุคที่คนเรามักจะขัดแย้งกันบ่อยครั้ง จึงทำให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นมานั่นก็คือนักบริหารความสัมพันธ์นั่นเอง
อันดับที่ 5 นักวิเคราะห์ข้อมูล นักวิเคราะห์ข้อมูลจะเป็นอาชีพที่สำคัญมาก หลายบริษัทจึงจำเป็นต้องมีคนที่เข้ามาจัดการข้อมูลเหล่านี้ให้เป็นระบบ เพื่อนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ได้
อันดับที่ 6 นักการตลาดอสังหาริมทรัพย์ ภาพรวมของธุรกิจคือการสร้างรายได้จากการซื้อมาขายไป ให้เช่า การเป็นนายหน้าแบบจับเสือมือเปล่าสร้างรายได้โดยไม่ต้องลงทุน
อันดับที่ 7 ผู้ดูแลเครือข่ายและระบบคอมพิวเตอร์ อาชีพนี้คอยสนับสนุนหรือ Support ทุกอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการออนไลน์
อันดับที่ 8 สถาปนิกวิศวกร แรงงานในกลุ่มนี้จะยังคงเป็นอาชีพที่มั่นคงและเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านตำแหน่งทั่วโลก ยิ่งถ้าเป็นกลุ่มวิศวกรเฉพาะทาง
อันดับที่ 9 ผู้จัดการระดับสูง ต้องมีประสบการณ์ในการวางแผน วิเคราะห์เทรนด์ในอนาคตอย่างแม่นยำ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสื่อ และธุรกิจบันเทิง
อันดับที่ 10 นักออกแบบผลิตภัณฑ์ งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งนักออกแบบผลิตภัณฑ์ก็ยังมีอยู่มากมาย
ข้อสรุปของอาชีพทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทาง และแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เราควรเลือกอาชีพที่เราชอบและถนัด และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก จึงจะทำให้เรามีอาชีพแน่นอนในอนาคต
อาชีพเสริม งานออนไลน์ รายได้เสริม

อาชีพที่น่าจะปังในอีก 10 ปีข้างหน้า  อนาคต รวยไม่รู้เรื่อง

ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยและมิติการลงทุน หลังเปิดประเทศต้อนรับต่างชาติ⎜คิดเพื่อชาติ⎜6 พ.ย. 64


ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยและมิติการลงทุน หลังเปิดประเทศต้อนรับต่างชาติ⎜คิดเพื่อชาติ⎜6 พ.ย. 64
แขกรับเชิญ :
🔻สุรัฐ จิราธิวัฒน์
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มเซ็นทรัล
.
ผู้ดำเนินรายการ :
🔻เกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์
📺 ติดตามรายการคิดเพื่อชาติ ทางสถานีโทรทัศน์ TNN 2 (True Visions 784)
ออกอากาศประจำทุกวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 20:30 – 21:00 น.
.
https://tv.trueid.net/live/tnn2
https://www.youtube.com/TNN2TrueVisions784
https://www.facebook.com/TNN2Channel
https://www.tnnthailand.com
เปิดประเทศ

ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยและมิติการลงทุน หลังเปิดประเทศต้อนรับต่างชาติ⎜คิดเพื่อชาติ⎜6 พ.ย. 64

ทริปน่าน 4 วัน 3 คืน จัดเต็ม 17 แห่ง [รักน่านไง]


ชมภาพและการรีวิวแบบละเอียดคลิ๊กที่นี่ค่ะ https://goo.gl/ciBQSQ
ไม่บ่อยที่คนอยู่กับอาหารทุกวันจะไปเที่ยว แต่บอกเลย ของอร่อยมาแนะนำเพียบ ไปดูบทความกันนะคะ แล้วทุกคนจะรักเมืองน่านแน่นอน ^^ https://goo.gl/ciBQSQ
ติดตามการทำอาหารแบบ EasyCooking
Website : http://www.easycookingmenu.com/
FB : Tasty Easy : https://www.facebook.com/tastyeasycooking
FB : Easy cooking : https://www.facebook.com/easycookingmenu
FB : Eatclean and work out : https://www.facebook.com/cleanandworkout
FB : แซ่บ https://www.facebook.com/sapzaap/
IG : Easy cooking Instagram : https://instagram.com/easycooking_menu

ทริปน่าน 4 วัน 3 คืน จัดเต็ม 17 แห่ง [รักน่านไง]

หน่อไม้ฝรั่ง ปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้ 5-10 ปี #เกษตรอารมณ์ดี


หน่่อไม้ฝรั่ง พืชทางเลือกปลูกครังเดียวเก็บเกี่ยวได้นาน 510 ปี ปลูกง่ายสร้างรายได้ทุกวัน เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ปลูกได้ทุกพื้นที่
https://www.facebook.com/winaistation

หน่อไม้ฝรั่ง ปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้ 5-10 ปี #เกษตรอารมณ์ดี

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Wiki

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยในอนาคต

See also  #4 [NƠI HAMO ĐẶT CHÂN]: DU LỊCH HONG KONG-DẤU ẤN HOÀI NIỆM | วางแผน เที่ยว ฮ่องกง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *