ไอเรื้อรัง ไอบ่อย วิธีแก้ไอได้ง่ายๆ ยาบรรเทาอาการไอ | ละม่อม พยาบาลหลานย่าโม | วิธีรักษาอาการไอมีเสมหะ

ไอเรื้อรัง ไอบ่อย วิธีแก้ไอได้ง่ายๆ ยาบรรเทาอาการไอ | ละม่อม พยาบาลหลานย่าโม


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

สาเหตุการไอและวิธีแก้ไอง่ายๆ
การไอ เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายเพื่อกำจัดของเสียหรือสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้ทางเดินหายใจเกิดการระคายเคือง เช่น ฝุ่นหรือควัน มี 2 ประเภท คือ ไอแห้งและไอมีเสมหะ โดยปกติแล้วอาการไอมักจะหายไปได้เองภายในระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ หากมีอาการที่คงอยู่เป็นระยะเวลานานหรือเรื้อรัง ควรไปพบแพทย์
สาเหตุ
ไอที่มีระยะเวลาน้อยกว่า 3 สัปดาห์ จะหมายถึงอาการไอชนิดที่เกิดขึ้นชั่วคราวหรือชนิดเฉียบพลัน และอาการไอที่มีระยะเวลาติดต่อกันนานกว่า 8 สัปดาห์ขึ้นไป (4 สัปดาห์สำหรับเด็ก) จะหมายถึงอาการไอที่เกิดติดต่อกันเป็นระยะเวลานานหรือชนิดเรื้อรัง
สาเหตุของอาการไอที่เกิดขึ้นชั่วคราวหรือชนิดเฉียบพลันที่พบได้บ่อย ได้แก่
การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนบน (Upper Respiratory Tract infection: URTI) ที่ส่งผลกระทบกับคอ ท่อลม หรือไซนัส เช่น ไข้หวัด กล่องเสียงอักเสบ โพรงจมูกอักเสบ หรือโรคไอกรน
การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง (Lower Respiratory Tract Infection: LRTI) ที่ส่งผลกระทบกับปอดหรือทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น หลอดลมอักเสบ หรือปอดบวม
ภูมิแพ้ เช่น โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือไข้ละอองฟาง (Hay Fever)
อาการไอที่กำเริบจากโรคทางเดินหายใจเรื้อรังบางโรค เช่น โรคหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
การสูดสารที่ก่อการระคายเคือง เช่น ฝุ่นหรือควัน เป็นต้น
สาเหตุของอาการไอเรื้อรังที่พบได้บ่อย ได้แก่
การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
โรคหืด นอกจากจะทำให้เกิดอาการไอแล้ว ยังทำให้เกิดอาการอื่น ๆ เช่น หายใจมีเสียง แน่นหน้าอก หรือหายใจตื้น
โรคกรดไหลย้อน
การสูบบุหรี่ นอกจากจะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคร้ายมากมายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งทำให้เกิดอาการไอได้
โรคหลอดลมโป่งพอง ภาวะที่หลอดลมโป่งกว้างหรือพองออกผิดปกติถาวรจากการอักเสบ
โรคภูมิแพ้ เช่น แพ้ไรฝุ่น แพ้อาหาร หรือแพ้ยาบางชนิด
วัณโรค เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดอาการไอเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน 3 สัปดาห์ขึ้นไป หรือไอเป็นเลือด และมีไข้ต่ำ ๆ
น้ำมูกไหลลงคอ อาจเกิดจากโรคเยื่อจมูกอักเสบหรือโพรงจมูกอักเสบ
ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต
นอกจากนั้น อาการไอเรื้อรังอาจเป็นสัญญาณของโรคหรือภาวะที่รุนแรง เช่น มะเร็งปอด ภาวะหัวใจวาย โรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด หรือวัณโรค แต่จะเป็นกรณีที่พบได้น้อยมาก
วิธีแก้ไอ
ดื่มน้ำในปริมาณมาก เพราะจะช่วยเจือจางเสมหะ บรรเทาการระคายเคืองคอหรือคอแห้ง
ดื่มน้ำอุ่น เช่น น้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งและมะนาว จะช่วยให้ชุ่มคอและช่วยบรรเทาอาการไอได้
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหนุนหมอนสูงขณะนอนหลับ
อมยาอมช่วยลดการระคายเคืองในคอ ใช้เป็นสเปรย์ส่วนผสมจากน้ำมันหอมระเหย ยูคาลิปตัสและมะกรูด
อาบน้ำอุ่น จะช่วยให้น้ำมูกลดลงและบรรเทาอาการไอ โดยเฉพาะอาการไอจากไข้หวัดและภูมิแพ้
ใช้เครื่องทำความชื้นในอากาศ เนื่องจากสถานที่ที่มีอากาศแห้งจะทำให้สารคัดหลั่งในจมูกหรือน้ำมูกแห้งตัว ทำให้คัดจมูกและรู้สึกไม่สบาย รวมไปถึงอาจทำให้เกิดอาการไอ
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการใช้ยาสูบในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะในขณะที่มีอาการไอ
หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์น้ำหอม เช่น สเปรย์น้ำหอมปรับอากาศ เพราะเป็นสาเหตุให้โพรงจมูกเกิดการระคายเคืองเรื้อรัง ทำให้มีเสมหะเพิ่มมากขึ้นและทำให้เกิดอาการไอเรื้อรังได้ในที่สุด
หลีกเลี่ยงการสูดดมสิ่งที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น ฝุ่น ควัน หรือมลพิษ โดยสามารถป้องกันตนเองได้ด้วยการใส่หน้ากากป้องกัน ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการไอควรรักษาโรคต้นเหตุ ตัวอย่างเช่น
โรคหืด สามารถใช้ยาพ่นสเตียรอยด์เพื่อบรรเทาการอักเสบของทางเดินหายใจ
โรคภูมิแพ้ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือใช้ยาแก้แพ้เพื่อลดอาการแพ้ที่เกิดขึ้น
การติดเชื้อแบคทีเรีย รักษาด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ
โรคกรดไหลย้อน รักษาด้วยยาลดกรดหรือยาอื่น ๆ ที่ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง รักษาด้วยยาขยายหลอดลม
ยาละลายเสมหะ Acetylcystein หรือเรียกว่า NAC
ยาขับเสมหะ เช่น ยาไกวเฟนิซิน (Guaifenesin) จะช่วยให้เสมหะน้อยลงและไอน้อยลงได้
ยาบรรเทาอาการไอ สำหรับผู้ที่มีอาการไอแห้ง ซึ่งออกฤทธิ์ที่ระบบประสาท เช่น Dextromethorphan
ยาลดน้ำมูก (Decongestants) จะช่วยลดการบวมของเนื้อเยื่อในจมูก ทำให้หลอดเลือดในปอดและจมูกหดตัวลง มีทั้งยาชนิดเม็ด ยาน้ำ และสเปรย์พ่นจมูก ตัวอย่างเช่น ยาฟีนิลเอฟรีน (Phenylephrine) เป็นยายาลดน้ำมูกชนิดสเปรย์พ่นจมูก หากใช้เป็นระยะเวลานานกว่า 3 หรือ 4 วัน อาจทำให้เกิดการคั่งของน้ำมูกย้อนกลับคืน (Rebound Congestion) ตามมาได้ ดังนั้นควรใช้ประมาณ 23 วันแล้วจึงหยุดใช้
ยาแก้แพ้ ช่วยลดอาการคัดจมูกและลดสารคัดหลั่งที่ผลิตจากปอด เช่น ยาคลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine) ยาบรอมเฟนิรามีน (Brompheniramine) หรือยาบีลาสไทน (Bilastine)
ไม่ควรซื้อยาแก้หวัดหรือยาแก้ไอมาให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปี รับประทาน เนื่องจากอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อเด็กได้
ไอบ่อยไอเรื้อรังพยาบาลหลานย่าโม
Line ID: lamom1974

READ  ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1, 2+, 3+, ชั้น 3 เข้าใจใน 3 นาที (Full HD) | ประกัน 3 pantip

ไอเรื้อรัง ไอบ่อย วิธีแก้ไอได้ง่ายๆ  ยาบรรเทาอาการไอ | ละม่อม พยาบาลหลานย่าโม

8 วิธีช่วยกำจัดเสมหะ เคลียร์ลำคอให้โล่ง [mcmHealth]


8 วิธีน่าทึ่ง ที่จะช่วยกำจัดเสมหะ เคลียร์ลำคอให้โล่ง
 
อาการมีเสมหะในลำคอสร้างความรำคาญและทำให้หายใจไม่ค่อยสะดวก ใครมีเสมหะข้นเหนียวอยู่ในลำคอแบบนี้คงไม่ค่อยแฮปปี้กันเท่าไร งั้นมากำจัดเสมหะกันดีกว่า
และสำหรับเคสที่ขับเสมหะไม่ออก นอกเหนือจากการทานยาละลายเสมหะแล้ว อาจลองวิธีเหล่านี้เป็นตัวช่วยดู
1. ดื่มน้ำเยอะขึ้น ในกรณีที่รู้ว่ามีเสมหะในลำคอเพราะอาการป่วย เคสนี้อาจจะลองบรรเทาด้วยการดื่มน้ำให้เยอะขึ้นก่อน โดยเลือกดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำอุ่น เพื่อให้น้ำช่วยละลายเสมหะ พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันร่างกายไปด้วย
2. ดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำอุ่น น้ำซุป หรือเครื่องดื่มอุ่น ๆ ชนิดอื่นก็สามารถดื่มเพื่อขจัดเสมหะได้ เพราะน้ำอุณหภูมิสูงกว่าปกติจะช่วยละลายเสมหะในลำคอได้ไม่มากก็น้อย
3. กินอาหารรสชาติเผ็ดร้อน ถ้าไม่มีปัญหากับรสชาติเผ็ด ให้ลองกินอาหารรสชาติจัดจ้าน อย่างต้มยำ แกงเลียง ยำ หรือน้ำพริกก็ได้ สมุนไพรที่เป็นส่วนประกอบของอาหารเหล่านี้ รวมทั้งน้ำซุปร้อน ๆ จะช่วยขับเสมหะและช่วยเปิดทางให้ระบบหายใจคล่องตัวมากขึ้น ทว่าสำหรับคนที่กินเผ็ดไม่ค่อยเก่ง แนะนำเป็นต้มจืดร้อน ๆ สักถ้วยก็ได้ค่ะ
4. กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ ผสมเกลือ 1/4 ช้อนชากับน้ำอุ่น 1 แก้วใหญ่ จากนั้นนำมากลั้วคอ โดยให้เงยหน้าขึ้นระหว่างที่กลั้วคอด้วย เกลือจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดอาการอักเสบในลำคอ รวมทั้งน้ำอุ่นก็จะช่วยละลายเสมหะไปด้วยในตัว
5. กลั้วคอด้วยน้ำโซดาแช่เย็น หากไม่สะดวกจะใช้น้ำเกลือกลั้วคอ จะใช้โซดาเปล่าแช่เย็นแทนก็ได้ ความซ่าของโซดาจะทำให้เสมหะลดน้อยลง โดยเฉพาะช่วยลดการกระแอมไอในคนที่รู้สึกว่ามีเสมหะค้างอยู่ในลำคอตลอดเวลา
6. ไอให้เสมหะออก กรณีนี้แนะนำสำหรับผู้ที่มีเสมหะในลำคอเท่านั้นนะคะ เพราะหากมีเสมหะค้างอยู่ในปอดจะกระแอมไอแบบนี้ไม่ได้ และการไอเพื่อกำจัดเสมหะก็ควรต้องไออย่างมีประสิทธิภาพ คือ สูดลมหายใจเข้าทางจมูกให้มากที่สุด เพื่อให้ลมหายใจเข้าไปอยู่หลังเสมหะ สังเกตได้จากทรวงอกจะขยายโดยที่ไหล่ไม่ยก และคอไม่ยืด กลั้นหายใจไว้สักครู่แล้วไอให้แรงพอสมควร ซึ่งต้องคำนึงถึงว่าลมที่อยู่หลังเสมหะจะกระแทกเสมหะให้ขึ้นมาตามหลอดลม จากนั้นก็จัดการบ้วนเสมหะทิ้งให้เรียบร้อย
7. หายใจเข้าออกลึก ๆ พยายามหายใจเข้าออกลึก ๆ ติดต่อกันเซตละ 57 ลมหายใจ วิธีนี้จะช่วยให้ถุงลมขยายใหญ่และฟีบสลับกันโดยไม่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับก๊าซออกซิเจนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่จะช่วยให้ถุงลมที่มีเสมหะเกาะอยู่เคลื่อนตัวจากการพองและแฟบของถุงลม ซึ่งอาจทำให้เสมหะหลุดออกจากถุงลม และง่ายต่อการระบายสู่หลอดลมใหญ่
8. กำจัดเสมหะด้วยสมุนไพร แค่สมุนไพรจากอาหารรสจัดจ้านก็สามารถช่วยละลายเสมหะให้เราได้บ้างแล้ว ซึ่งก็แน่นอนว่าหากต้องการใช้สมุนไพรกำจัดเสมหะลเพียว ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก โดยสามารถใช้ทั้งมะนาว มะแว้ง มะขามป้อม และสมุนไพรกำจัดเสมหะตามนี้เลย
– สมุนไพรแก้ไอ ขจัดเสมหะ ได้รู้วิธีกำจัดเสมหะที่ทำตามไม่ยากเย็นแบบนี้แล้วก็อย่าปล่อยให้เสมหะลอยนวลกันอีกเลย จัดการเคลียร์ทางเดินหายใจให้คล่องตัวโดยเร็วกันดีกว่า
ขอขอบคุณข้อมูลจาก….ราชวิทยาลัย โศต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย
cr.http://www.bedtaledidea.com/2016/12/8.html

READ  5 คำแนะนำที่ช่วยให้รอดจาก ค่าปรับน้ำหนักแสนโหด ของสายการบิน | Cappuccino | กระเป๋า ขึ้น เครื่อง ได้ กี่ กิโล

8 วิธีช่วยกำจัดเสมหะ เคลียร์ลำคอให้โล่ง [mcmHealth]

1แก้วไอหาย ไอมานานไม่หาย ไอเรื้อรังมีเสมหะติดคอแค่ 1แก้วหายเป็นปลิดทิ้ง สมุนไพรไทยรักษาโรค


ทีเด็ดทำให้หลับสบาย รักษาตาฝ้าฟางตาขุ่นมัว
สรรพคุณข่า
ข่ามีสาร 1acetoxychavicol acetate (ACA) ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งจากการเหนี่ยวนำของสารก่อมะเร็ง จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งไปด้วยในตัว (เหง้า)ช่วยให้เจริญอาหาร (ข่าหลวง)
มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง (สารสกัดจากเหง้า) ช่วยบำรุงร่างกาย (เหง้า)
สารสกัดจากเหง้ามีฤทธิ์ช่วยช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด (สารสกัดจากเหง้า) ช่วยบำรุงธาตุไฟ (หน่อ)
ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ (เหง้าแก่, สารสกัดจากเหง้า) ดอกข่าใช้รับประทานช่วยแก้อาการท้องเสียได้ (ดอก)ช่วยรักษาโรคท้องร่วง (ผลข่า) ช่วยแก้อาการอาหารเป็นพิษ (เหง้า)
ช่วยขับเลือดลมให้เดินสะดวก ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น (ราก) เหง้าข่าแก่ช่วยย่อยอาหาร ช่วยแก้อาการอาหารไม่ย่อย (เหง้าแก่, ผลข่า)
น้ำมันหอมระเหยจากข่ามีประโยชน์อย่างมากต่อระบบทางเดินหายใจ จึงมีส่วนช่วยแก้อาการหวัด ไอ และเจ็บคอได้เป็นอย่างดี (สารสกัดจากเหง้า) ข่าสรรพคุณทางยาช่วยแก้เสมหะ (เหง้า, ราก)
ช่วยแก้ลมแน่นหน้าอก (หน่อ) ช่วยแก้ไข้สันนิบาตหน้าเพลิง (เหง้าแก่)
ช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน เมารถเมาเรือ ด้วยการใช้เหง้าข่าแก่สด ยาวประมาณ 1 นิ้วฟุตนำมาตำจนละเอียดแล้วเติมน้ำปูนใส ใช้น้ำยาดื่มครั้งละครึ่งแก้ว หลังอาหาร วันละ 3 เวลา (เหง้า)
ผงจากผลแห้งสามารถนำมาใช้รักษาอาการปวดฟันได้ ด้วยการนำผลไปบดแล้วนำมาทาบริเวณที่ปวด (ผลข่า) ช่วยขับลมในลำไส้ ด้วยการใช้เหง้าข่าแก่สด ยาวประมาณ 1 นิ้วฟุต นำมาตำจนละเอียดแล้วเติมน้ำปูนใส ใช้น้ำยาดื่มครั้งละครึ่งแก้ว หลังอาหาร วันละ 3 เวลา (เหง้า)
ข่ามีสรรพคุณช่วยแก้บิด ปวดมวนท้อง ลมป่วง ด้วยการใช้เหง้าข่าแก่สด ยาวประมาณ 1 นิ้วฟุต นำมาตำจนละเอียดแล้วเติมน้ำปูนใส ใช้น้ำยาดื่มครั้งละครึ่งแก้ว หลังอาหาร วันละ 3 เวลา (เหง้า)
ใช้เป็นยาแก้ท้องขึ้น ท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง ท้องเดิน ด้วยการใช้เหง้าข่าแก่สด ยาวประมาณ 1 นิ้วฟุต นำมาตำจนละเอียดแล้วเติมน้ำปูนใส ใช้น้ำยาดื่มครั้งละครึ่งแก้ว หลังอาหาร วันละ 3 เวลา (เหง้า)
ช่วยยับยั้งแผลในกระเพาะอาหาร (เหง้า) ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ (สารสกัดจากเหง้า)
ช่วยทำลายสารพิษที่ตกค้างในลำไส้ (สารสกัดจากเหง้า)
ช่วยขับเลือด ขับน้ำคาวปลา ขับรก ด้วยการใช้เหง้านำมาตำกับมะขามเปียกและเกลือ ให้ผู้หญิงรับประทานหลังคลอด (เหง้า) สารสกัดจากเหง้ามีฤทธิ์ช่วยต้านอาการแพ้ต่าง ๆ (สารสกัดจากเหง้า)
ใช้เป็นยารักษาแผลสด (สารสกัดจากเหง้า) ช่วยลดอาการอักเสบ (เหง้า) ช่วยแก้ดีพิการ (ข่าหลวง)
ช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย (สารสกัดจากเหง้า) ใช้รักษาโรคผิวหนังต่าง ๆ (เหง้า)
ช่วยรักษากลากเกลื้อน ด้วยการใช้เหง้าแก่เท่าหัวแม่มือ นำมาตำจนละเอียดผสมกับเหล้าโรง ใช้ทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนบ่อย ๆ จนกว่าจะหาย (เหง้า, ใบ) ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา (สารสกัดจากเหง้า)
ช่วยแก้ฝีดาษ (ดอกของข่าลิง) ช่วยแก้เหน็บชา (เหง้า) ช่วยแก้ตะคริว (เหง้า) ช่วยขับน้ำดี (เหง้า)
ใช้เป็นยาแก้ลมพิษ ด้วยการใช้เหง้าข่าแก่ ๆ ที่สด 1 แง่ง นำมาตำจนละเอียด แล้วเติมเหล้าโรงพอแฉะ และใช้ทั้งน้ำและเนื้อนำมาทาบริเวณที่เป็นลมพิษบ่อย ๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น (เหง้า)
ช่วยแก้โรคน้ำกัด ด้วยการใช้เหง้าแก่สดขนาดเท่าหัวแม่มือ นำมาตำให้ละเอียดแล้วเติมเหล้าโรงพอท่วม ทิ้งไว้ 2 วัน แล้วใช้สำลีชุบแล้วทาบริเวณที่เป็นวันละ 3 รอบ (เหง้า) ช่วยฆ่าพยาธิ (น้ำมันหอมระเหย, ใบ)
ช่วยแก้ฟกช้ำ ข้อเท้าแพลง เคล็ดขัดยอก ด้วยการใช้เหง้าแก่ตำละเอียด นำมาพอกบริเวณที่มีอาการ หรือตำให้ละเอียดแล้วนำไปแช่กับเหล้าขาวหรือน้ำส้มสายชูทิ้งไว้ 1 วัน กรองเอาแต่น้ำมาใช้ทาบริเวณที่เป็น (เหง้า) ช่วยบำรุงสมรรถภาพทางเพศ สารสกัดจากเหง้าข่ามีฤทธิ์ช่วยฆ่าแมงลงวันได้ (สารสกัดจากเหง้า)
ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ อาการปวดบวมตามข้อ ด้วยการใช้ต้นข่าแก่นำมาตำผสมกับน้ำมันมะพร้าวแล้วทาแก้อาการ (ต้นแก่, ใบ, สารสกัดจากเหง้า) ช่วยแก้กามโรค (เหง้าของข่าลิง)
เหง้าของข่าลิง เอามาต้มน้ำแล้วนำน้ำมาผสมกับสุรา จะช่วยเพิ่มดีกรีของสุรา ทำให้ดีกรีไม่ตก สุรามีกลิ่นฉุนแรงมากขึ้น (เหง้าของข่าลิง) ในบางประเทศใช้ข่าเพื่อช่วยระงับกลิ่นปากและใช้ดับกลิ่นกาย
ช่วยไล่แมลง ด้วยการใช้เหง้านำมาตำให้ละเอียดเพื่อเอาน้ำมันหอมระเหย แล้วนำไปวางในบริเวณที่มีแมลง (เหง้า) ดอกและลำต้นอ่อนสามารถใช้รับประทานเป็นผักสดได้ (ลำต้น, ดอก)
ข่ามีเหง้าที่มีน้ำมันหอมระเหย มีกลิ่นหอม สามารถใช้ดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ กุ้ง หอย ปู ปลาได้เป็นอย่างดี (สารสกัดจากเหง้า)

READ  6 สิ่งสำคัญในการฝึกกับคนผอมที่อยากมีกล้าม!! | คน มี กล้าม

การใช้สมุนไพรถ้าเกิดอาการแพ้ให้หยุดพบแพทย์ แพทย์แผนไทยและเภสัชกรแผนไทย
เฟสบุ๊ค สุภาษิต อุทรัง
เฟสบุ๊คกระเป๋าแฮนด์เมด Phattawan Hand Made
เพจเฟสบุ๊ค phatta supasit hand made
เพจเฟสบุ๊ค ซว่าง อก ซว่างใจ๋
อีเมล์ supasituttharang@gmail.com

1แก้วไอหาย ไอมานานไม่หาย ไอเรื้อรังมีเสมหะติดคอแค่ 1แก้วหายเป็นปลิดทิ้ง สมุนไพรไทยรักษาโรค

#ลูกไอมีเสมหะดูแลแก้ไขอย่างไรดี?


💢หลีกเลี่ยงไม่นำลูกอยู่ในอากาศที่เย็นๆ เช่น โดนพัดลมแอร์ เปิดพัดลมใส่ตัวลูก
💢เมื่อลูกนอนในห้องแอร์ ควรปรับอุณหภูมิประมาณ 2527 องศาเซลเซียส และควรหาผ้าขนหนูชุบน้ำผึ่งไว้ที่ห้องแอร์ เพื่อป้องกันอากาศที่แห้งเกินไป
💢นำหอมแดงทุบๆหรือน้ำมันหอมระเหยวางไว้ในห้องนอนเพื่อให้ทางเดินหายใจลูกโล่งขึ้น
💢หลังลูกอาบน้ำห้ามนำลูกเข้าห้องแอร์หรือเปิดพัดลมใส่ทันที
💢หากมีอาการไอให้ลูกจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ เพื่อลดความเหนียวของเสมหะในช่วงที่มีเสมหะและไอ
💢เมื่อลูกทานอาหารแล้วให้ทานอาหารประเภทต้มหรือแกงมากขึ้น เพื่อให้ชุ่มคอและช่วยละลายเสมหะ
💢การล้างจมูกและดูดเสมหะให้ลูก ได้ด้วยลูกสูบยางแดงหรือที่ดูดเสมหะที่บ้าน
💢หากทำทุกขั้นตอนแล้ว ลูกอาการไม่ดีขึ้นควรพาลูกพบแพทย์
💢ดีที่สุดควรป้องกันไม่ให้ลูกไอมีเสมหะ👇👇
👉โดยการทำร่างกายให้อบอุ่น
👉พาลูกออกกำลังกายตามวัยที่เหมาะสม
👉ไม่พาลูกเข้าไปในชุมชนแออัดหรืออากาศที่ไม่ถ่ายเท
👉อย่าพาลูกเข้าใกล้คนที่เป็นหวัดไม่สบาย

#ลูกไอมีเสมหะดูแลแก้ไขอย่างไรดี?

แก้ปอดอักเสบ ฝีในปอด หอบหืด ด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน


แก้ปอดอักเสบ ฝีในปอด หอบหืด ด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆWiki

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *